Fic Touken Ranbu:ป๊อกกี้เกม(Hasebe X Saniwa)

posted on 11 Nov 2015 22:04 by revolverviii

อ่านสักนิด

-ฟิคสั้นนี้เกิดจากความเวิ่นกับวันป๊อกกี้ของเราเองค่ะ เวิ่นล้วนๆ=w=

-เราเป็นเมนฮาเซเบะค่ะ^^

-สำหรับเรื่องนี้ ไม่รู้จะจัดเรทให้อยู่เท่าไหร่ เเต่เเต่งเองเขินเองเลยค่ะ^^

-คาเเร็คเตอร์อาจจะเเปลกๆไปบ้าง ต้องขอโทษด้วยนะคะ ฝีมือเเต่งฟิคไม่ได้ดีอะไรนักหรอกค่ะ เเค่อยากเเต่ง^^

____________________________________

 

ณ.เรือนฮงมารุในยามเย็น  ซานิวะสาวเจ้าของเรือนกำลังเดินกลับมาจากข้างนอกพร้อมกับถือของบางอย่างจนเต็มอก

“อารุจิขอรับ”เสียงนุ่มๆของชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งเอ่ยเรียกทักซานิวะของตนเอง หญิงสาวผู้ถูกเรียกจึงหันหน้ามาตามเสียงนั้น

“อื๋อ? มีอะไรหรือ ฮาเซเบะซัง?”ซานิวะสาวหันตัวมามองดาบประจำกายเจ้าของเสียงนั้น พร้อมกับกล่องป็อกกี้หลากหลายสีที่กอดอยู่เต็มอกไซส์กำลังดีนั่น

“กล่องพวกนั้นมันคืออะไรหรือขอรับ อารุจิ”เฮชิคิริ ฮาเซเบะถามนายท่านของเขาด้วยความสงสัย ตั้งแต่เขาถูกตีขึ้นมา เขาก็ไม่เคยเห็นกล่องหน้าตาแบบนี้เลยซักครั้ง ถึงมันจะไม่ใช่เรื่องดีที่จะไปสงสัยอะไรเกี่ยวกับของของอารุจิ แต่มันอดไม่ดืที่เขาจะสงสัย

“อ๋อ เจ้านี่น่ะ เรียกว่าป๊อกกี้ เป็นขนมหวานในยุคของข้าน่ะ^^”ซานิวะตอบกลับพร้อมยิ้มหวานให้ ส่วนผู้ถามก็พยักหน้าเข้าใจคำตอบนั้น

“แล้วเหตุใดท่านถึงได้แบบขนมพวกนั้นมาเยอะขนาดนี้ล่ะขอรับ อารุจิ?””ร่างสูงถามคำถามถัดไป มันก็ไม่แปลกที่เขาจะสงสัย กับกองกล่องป็อกกี้ที่เยอะจนน่าเป็นห่วงคนถือแทนแบบนั้น

“อืม…จริงๆแล้ว สึรุมารุซังเค้าฝากซื้อมาน่ะ เจ้าตัวบอกว่าอยากเอาไปเล่นป๊อกกี้เกมกับอิจิโกะซังแล้วก็คนอื่นๆน่ะ ไหนๆข้าก็ซื้อมาแล้ว เลยซื้อมาเยอะๆไว้แจกทุกคนน่ะ ไหนๆวันนี้ก็เป็นป๊อกกี้เดย์ด้วย^^”ซานิวะตอบข้อสงสัยของชายหนุ่ม แต่ก็ทำให้ข้อสงสัยของคนถามเพิ่มขึ้นอีก

“ป๊อกกี้เกม? มันคืออะไรน่ะขอรับ?”และชายหนุ่มก็ถามต่อ

ซานิวะเกาแก้มเล็กน้อย ก่อนที่จะตอบคำถามด้วยเสียงที่ดูจะไม่อยากตอบนัก

“เอ่อ จะว่าไงดีล่ะ…ข้าเองก็อธิบายไม่ค่อยถูกซะด้วยสิ…..”ฮาเซเบะได้ยินดังนั้นก็มองอารุจิของตนเองด้วยสายตาฉงนเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรตอบโต้ ก็โดนซานิวะตัดบทไปซะก่อน

“นะ นี่ส่วนของฮาเซเบะซังค่ะ ดะ เดี๋ยวขอตัวเอาป๊อกกี้ไปแจกคนอื่นๆก่อนนะคะ!!”ซานิวะรีบยัดกล่องป๊อกกี้สีแดงสดใส่มือฮาเซเบะก่อนจะรีบวิ่งจากไปโดยทิ้งฮาเซเบะเอาไว้พร้อมกับกล่องป๊อกกี้ที่โดนยัดเยียดมา

“…………….”ชายหนุ่มไม่พูดอะไรพลางแอบตามซานิวะของเขาไปอย่างเงียบๆเพื่อไม่ให้เธอรู้ตัว จนเจอกับซานิวะที่กำลังเอากล่องป็อกกี้6-7กล่องให้สึรุมุก่อนจะวิ่งจากไปอีก คราวนี้ฮาเซเบะไม่ตามซานิวะไปแล้ว แต่กลับเดินไปหาสึรุมารุแทน

“อื๋อ? ฮาเซเบะ มีอะไรรึ?”

“ป๊อกกี้เกมนี่มันอะไรกันน่ะ สึรุมารุ”ชายหนุ่มผมขาวได้ยินคำถามนั้นก็รู้สึกตกใจเล็กน้อย

“ไม่นึกเลยนะว่าเจ้าจะถามข้าเรื่องนี่…โอโตโร่ยเหมือนกันนะเนี่ย…”

แต่ไม่นานนักสีหน้าตกใจของเจ้ากระเรียนตัวแสบก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าเจ้าเล่ห์ในบัดดล

“ป๊อกกี้เกมน่ะ……………..”

____________________________________________________

ในยามค่ำคืน

ซานิวะสาวเดินกลับห้องของตนเองพร้อมกับป๊อกกี้ที่เหลือ รู้สึกว่าเธอจะซื้อเยอะไปหน่อย เลยเหลือบานเลย แต่เอาเถอะ เดี๋ยวไว้แจกคนที่ยังไม่กลับจากการสำรวจก็ได้^^

เธอวางกองกล่องป๊อกกี้ไว้ข้างๆฟูกของตนเอง พลางเตรียมตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ยังไม่ทันทำอะไรต่อ ก็มีเสียงเรียกจากหน้าประตูห้องของเธอ

“อารุจิ ฮาเซเบะเองขอรับ ขออนุญาติเข้าไปได้รึไม่ขอรับ?”เสียงอันคุ้นเคยของดาบประจำกายขออนุญาติเธออย่างสุภาพ

“อื้อ เข้ามาได้เลย ฮาเซเบะซัง”ซานิวะอนุมัตคำสั่งนั้น แล้วชายหนุ่มก็ค่อยๆเดินเข้าห้องมาอย่างเงียบเชียบก่อนจะนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าฟูกของซานิวะอย่างเรียบร้อย

“มีอะไรหรือ ฮาเซเบะซัง ท่านถึงได้มาหาข้าแบบนี้น่ะ”ซานิวะสาวถามด้วยความสงสัย

“อารุจิ มาเล่นป๊อกกี้เกมกันเถอะขอรับ”

“…………………………………………………………….เห้ะ?”ซานิวะที่เงียบไปเพราะความตะลึงร้องออกมาอย่างตกใจ

“เล่นป๊อกกี้เกมกับข้าเถอะขอรับ อารุจิ”ฮาเซเบะพูดเน้นย้ำอีกครั้งอย่างชัดถ้อยชัดคำ

ทำให้ซานิวะถึงกับอึ้งพร้อมตอบกลับอย่างร้อนรน

“อ้ะ เอ่อ อารมณ์ไหนคะเนี่ย ฮาเซเบะซัง”ซานิวะยิ้มแหยๆให้กับอีกฝ่าย อยู่ดีๆก็โดนชายหนุ่มมาชวนเล่นป๊อกกี้เกมกันแบบนี้มันก็ต้องโอโตโร่ยสิ!!

“ข้าแค่รู้สึกสนใจน่ะขอรับ อารุจิ” ฮาเซเบะพูดตอบหญิงสาวกลับพลางหยิบป๊อกกี้ที่ซานิวะให้มาเตรียมเล่น มาแบบนี้ คงไปถามวิธีเล่นจากใครมาแล้วแหงๆเลย

“อ่ะ เอ่อ มันไม่ใช่เกมที่ดีนักหรอกนะ ฮาเซเบะซัง”ซานิวะหน้าแดงระเรื่อพลางพยายามบอกปัด

“ไม่เป็นไรหรอกขอรับ ถ้าได้เล่นกับอารุจิแล้วล่ะก็…จะเป็นเกมแบบไหน ข้าก็จะเล่นอย่างเต็มใจขอรับ”ฮาเซเบะตอบเสียงหนักแน่น ซานิวะมองหน้าเขาเล็กน้อยก่อนที่จะถอนหายใจเล็กน้อยอย่างเหนื่อยใจ แบบนี้..ต่อให้สั่งเขายังไง เขาก็คงจะพยายามตื้อให้ได้สินะ..อ่า เล่นด้วยก็ได้ ถ้าแค่นิดเดียวละก็..

 

“ก็ได้ค่ะ ฮาเซเบะซัง จะยอมเล่นด้วยก็ได้”ซานิวะตอบรับกลับไปอย่างจำใจ

“ขอบคุณมากขอรับ อารุจิ แล้วก็ ข้าขออะไรซักอย่างจะได้มั้ยขอรับ อารุจิ?”

“อะไรรึ?”

“ถ้าข้าชนะ ข้าขออะไรก็ได้อย่างนึงจะได้มั้ยขอรับ อารุจิ”ซานิวะรู้สึกตกใจเล็กน้อยที่ชายหนุ่มตรงหน้าถามเธอแบบนี้ ปกติเขาไม่เคยเรียกร้องอะไรจากซานิวะอย่างเธอเลยนี่นา แต่เอาเถอะ ถ้าเธอไม่แพ้ก็ไม่มีปัญหา ความเร็วการกินป็อกกี้น่ะ เธอไม่แพ้ใครหรอกนะ!!!

“ย่อมได้ แต่ถ้าข้าชนะ ข้าจะขอสั่งคำสั่งเพี้ยนๆกับท่านซักคำสั่งนะคะ”ซานิวะตอบรับข้อเสนอนั้น

“ย่อมได้ขอรับ อารุจิ”ชายหนุ่มตรงหน้าพยักหน้ารับคำ ก่อนที่จะยื่นป็อกกี้แท่งนึงให้ซานิวะคาบเอาไว้ก่อนที่ตัวเองจะเตรียมงับอีกข้าง

กติกาง่ายๆ ถ้าใครกินป๊อกกี้แท่งนั้นได้เยอะกว่าคือฝ่ายชนะ เธอจะแสดงให้ได้เห็นเองว่าเธอน่ะ กินได้เร็วแค่ไหน จะกินให้หมดก่อนที่ปากจะได้ใกล้ชิดกันเลย คอยดู!!!

 

งั้นก็ 1 2 เริ่ม!!!!

“!!!!!!”เมื่อเริ่มเกม ซานิวะก็ถึงกับตกใจกับความเร็วในการงับป๊อกกี้ของอีกฝ่ายที่เร็วสุดๆจนน่ากลัว  อ่ะ เอ่อ รู้อยู่หรอกว่าเขาวิ่งเร็วได้กว่าม้า แต่ไม่นึกว่าเขาจะงับป๊อกกี้ได้เร็วขนาดนี้ตามไปด้วยนะ!!!!

จุ้บ!! เพียงพริบตา ริมฝีปากของซานิวะสาวก็โดนริมฝีปากของชายหนุ่มตรงหน้าประกบเข้าให้เต็มรักพร้อมกับป๊กกี้ที่หมดไปอย่างไว หน้าของเธอแดงก่ำพร้อมกับร้องอู้อี้จนแทบไม่เป็นภาษาแถมอีกฝ่ายยังเอามือโอบร่างหญิงสาวไว้ไม่ให้หนีอีกตะหาก

"@#$%^#^&%*^$*(%^#@#$%^#^&%*^$*"ซานิวะร้องครางออกมาอย่างดัง แต่ริมฝีปากของอีกฝ่ายก็ไม่มีทีท่าจะถอนออกเลยแม้แต่น้อย

>//////////////////////////////< หน้าของซานิวะแดงจนแทบจะเหมือนกล่องป๊อกกี้นั้นก็ไม่ปาน ซักพักอีกฝ่ายก็ยอมถอนริมฝีปากออนไปพร้อมกับรอยยิ้มเงียบๆที่บ่งบอกถึงความพึงพอใจในจุมพิตเมื่อครู่

“ทะทะทะ ทำอะไรน่ะ ฮาเซเบะซัง!!”ซานิวะที่ใจเต้นจนทำอะไรไม่ถูกถึงกับตะโกนถามเสียงดังลั่น ชีวิตนี้เธอเธอไม่เคยจูบกลับใครเลยนะ!!

“ก็เล่นป๊อกกี้เกมกับท่านไงขอรับ อารุจิ”ฮาเซเบะยิ้มนิดก่อนถอดถุงมือออกแล้วเอามือแปล่าๆของตนแตะที่ริมฝีปากของตนอย่างสุขใจ

“คะ แค่เล่นกันไม่เห็นต้องจูบจริงขนาดนี้เลยนี่---“ยังไม่ถัดที่ซานิวะจะพูดจบ ชายหนุ่มก็พูดขัดขึ้นมาซะก่อน

“เกมนี้ข้าชนะสินะขอรับ อารุจิ”แหงล่ะ ก็เล่นกินป๊อกกี้ด้วยความเร็วความขนาดนั้น ใครจะชนะเล่า!!

“ถ้างั้น ข้าคงต้องของให้ท่านทำตามสัญญานะขอรับ”ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาวที่อ่อนเปลี้ยแบบสุดๆอยู่บนฟูกสีขาวจากจูบแรกแกมบังคับอย่างดูดดื่มเมื่อกี้ พลางพูดต่อไปอีก…

“คำขอของข้าคือ ข้าขอเล่นเกมนี้กับท่านจนกว่าข้าจะพอใจขอรับ”ฮาเซเบะเอ่ยคำขอออกมา ทำเอาซานิวะที่ได้ยินร้องเสียงหลงเลยทีเดียว

“ห้ะ ห๊า!!!”

“หวังว่าท่านพูดแล้ว คงไม่คืนคำนะขอรับ อารุจิ”ฮาเซเบะยิ้มหวานพลางหยิบป็อกกี้อีกแท่งจิ้มเข้าปากซานิวะเบาๆแต่ไม่ยอมให้หลุดออกจากปากซานิวะเลยแม้แต่น้อย

“อะ อื้อ~”ซานิวะสาวพยายามจะขัดขืน แต่ก็โดนอีกฝ่ายกดร่างบางๆของตัวเองลงเตียงไปจนกลายเป็นการเล่นป๊อกกี้เกมแนวตั้งไปซะแล้ว

“เวลาเล่นยังเหลืออีกเยอะนะขอรับ อารุจิ”เสียงนุ่มๆของชายหนุ่มลอยเข้าหูเธอเบาๆ

 

 ________________________________________________________

 

ผ่านไปไม่นาน ป็อกกี้กล่องสีแดงสดของฮาเซเบะก็หมดกล่อง หญิงสาวที่หมดสภาพกับจูบมาราธอนของฮาเซเบะก็รู้สึกโล่งอกเมื่อเห็นดังนั้น…..แบบนี้อีกฝ่ายคงยอมเลิกราแล้วสินะ…

“หมดกล่องซะแล้วรึ……”ฮาเซเบะมองกล่องเล็กน้อยก่อนจะวางกล่องเปล่าๆนั้นลง แล้วหันไปมองอะไรบางอย่าง…

ที่เขามองอยู่ คือกองกล่องป็อกกี้สำหรับคนอื่นๆที่วางอยู่ข้างๆฟูก

“ยังเหลืออีกเยอะเลยนะขอรับ อารุจิ”ฮาเซเบะยิ้มเล็กน้อย ก่อนที่จะหันไปมองหญิงสาวที่สภาพตอนนี้คือ ลุกไม่ไหวแล้ว

“ดะ เดี๋ยวสิ!!! ตรงนั้นมันส่วนของคนอื่นๆนะ ฮาเซเบะซัง!!”ซานิวะพยายามที่จะห้ามปรามอีกฝ่าย แต่เหมือนจะไม่เป็นผลนัก..

“ตราบใดที่ท่านยังไม่ได้ให้มันกับเจ้าพวกนั้น ก็ยังไม่ใช่ของของเจ้าพวกนั้นหรอกนะขอรับ อารุจิ..”ฮาเซเบะกล่าวเสียงเรียบๆพลางหยิบป็อกกี้อีกกล่องขึ้นมาแกะแล้วหยิบป็อกกี้ขึ้นมาอีกแท่งพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆอารุจิที่รัก

“และของของอารุจิ ข้าก็ไม่คิดจะยกให้ใครหรอกนะขอรับ ไม่ว่าจะเป็นขนมนี่จากท่าน ความรักจากท่าน หรือแม้แต่ริมฝีปากของท่านก็ตาม…”และฮาเซเบะก็จัดการเอาป็อกกี้จิ้มใส่ปากของซานิวะอีกรอบ

และเกมป๊อกกี้กับค่ำคืนอันยาวนานนี้ ก็ยังคงดำเนินต่อไป…

“ฮะ ฮาเซเบะซัง….ร้ายกาจเกินไปแล้ว!!”

 ______________________________________________________

 

“ฮาเซเบะคุงงง ไปอยู่ที่ไหนน่ะ~~~”ชายหนุ่มผมสีดำสนิทเดินไปรอบๆเรือนเพื่อเรียกหาชายหนุ่มเจ้าของชื่อที่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตอบรับ

“ฮะๆๆ ข้าว่าเจ้าอย่าไปเรียกเจ้านั่นจะดีกว่านะ เจ้านั่นกำลังยุ่งอยู่น่ะ”สึรุมารุที่กำลังนั่งเล่นอยู่ตรงระเบียงยามค่ำคืนพูดกับชายหนุ่มปิดตาเจ้าของเสียงเรียกด้วยท่าทางอารมณ์ดีแบบสุดๆ

“งะ งั้นหรอครับ…ว่าแต่ สึรุมารุดูอารมณ์ดีนะครับ มีอะไรรึเปล่าน่ะ”โชวคุไดกิริ มิตสึทาดะถามชายหนุ่มผมขาวที่กำลังยิ้มอย่างร่าเริง

“ก็ไม่มีอะไรหรอก ข้าแค่ไปปลุกปิศาจเล่นๆมาเท่านั้นเอง….”

 

_________________________________________________________-

 

ก็ จบไปเเล้วกับฟิคเวิ่นเว้อมหาเวิ่นของไมฮะค่ะ 

 ส่วนที่เหลือจะเป็นอย่างไร คิดกันเองเลยค่ะ^^//โดนถีบ

 

กลับมาอัพบล็อคพร้อมเอาฟิคมาฝากค่า=w=

 

 

 

 

Short Fic Touken Ranbu: Construction Time

Pairing:Shokudaikiri Mitsutada X Ookurikara

 

อ่านสักนิด

-ฟิคดาบเรื่องเเรกของเราค่ะ มันอาจจะดูขัดๆไปบ้างก็ต้องขอโทษด้วยค่ะ;w;

-ถึงจะบอกว่าเป็นฟิคคู่นี้ แต่คนเล่าเรื่องคือซานิวะนะเออ ซานิวะในเรื่องคือเราเองค่ะ=w=b//โดนตบ

-เราไม่ค่อยเเน่ใจว่าสาวๆจิ้นคู่นี้ว่าใครเป็นเมะหรือเคะ เเต่เราจิ้นคุริจังเคะนะ=w=

-ชื่อฟิคนี่ ถ้าใครเปิดวิกิอังกฤษคงจะรู้ว่ามันคืออะหยัง มันคือเวลาในการตีดาบเเต่ละเล่มค่ะ//1.30เเย่ที่สุด;w;

-อืม อาจจะไม่ได้มีฉากมุ้งมิ้งของคู่นี้มากเสียซักเท่าไหร่หรอกนะน่อ=_=a

-ฟิคเรื่องนี้เเต่งมาจากบทพูดของคุริจังบางบทเเล้วก็ประวัติของคุริจังกับพี่บอดเรานิดหน่อยค่ะ=w=

-เราไม่ค่อยได้เเต่งฟิค ถ้ามันจะเเปลกๆตรงไหนก็ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้าค่ะ เเล้วก้ ฟิคนี้สั้นนะคะ เเฮะๆ

 

พล่ามมานาน ไปอ่านกันเลยค่า=w=

 

___________________________________________________

 

 

“ครั้งนี้..ใช้เวลาเท่าไหร่?”ชายหนุ่มร่างสูงผิวสีเข้มถามคำถามนี้กับข้า…..

 

“1ชั่วโมง กับอีก30นาทีจ้ะ…”ข้าตอบเขาไปตามความเป็นจริง

 

ชายหนุ่มไม่ตอบอะไรพลางเดินจากไปโดยไม่สนข้าอีก…

 

-------------------------------------------------------------------------

 

นามของข้าคือซานิวะไมฮะ ดาบประจำกายของข้าในตอนนี้ มีนามว่า”โอคุริคาระ” ถ้าข้าจำไม่ผิด เขาเป็น1ในดาบของดาเตะมาซามุเนะ 1ในนักรบผู้มีชื่อเสียงในยุคเซ็นโกคุ… แต่ดาบเล่มนื้ กลับผิดแปลกกับดาบเล่มอื่น…

“..ข้าคือโอคุริคาระ..ไม่มีอะไรจะพูดมากกว่านั้น..ข้าไม่คิดจะสนิทสนมกับเจ้าหรอกนะ..”ตอนที่ข้าได้พบกับเขาครั้งแรกที่โรงตีดาบ เขาแนะนำตัวกับข้าที่เป็นเจ้านายเช่นนั้น

 

หลังจากนั้น ถึงเขาจะออกรบตามคำสั่งข้า แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะทำตัวสนิทสนมกับข้าและคนอื่นๆเลย แม้แต่จะยิ้มให้ใครเห็นก็ยังไม่ยิ้ม… เขาชอบที่จะอยู่คนเดียว..จะให้มาเป็นดาบประจำตัวของข้า เขาก็คงไม่ค่อยพอใจนัก ข้าเลยต้องให้เฮชิคิริ ฮาเซเบะเป็นมาเป็นดาบประจำตัวข้าในหลายครา ทั้งๆที่ข้าก็ใช้งานเขาหนักอยู่แล้วแท้ๆ….

..ปฏิเสธสังคมและไร้มิตรสัมพันธ์….นั่นคงเป็นนิสัยของเขาสินะ  ไม่เป็นไรหรอก ข้าพอเข้าใจ..…แต่มีสิ่งนึงที่เขาถามข้าแหละทำให้ข้าแปลกใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ถาม

 

“เวลาตีดาบครั้งนี้ ใช้เวลาเท่าไหร่…”ในยามเช้าที่ข้าจะไปดูดาบที่นายช่างตีให้ข้า เขาที่แทบไม่เคยคุยกับข้าเลยถามข้าด้วยเสียงเรียบๆ

“เอ่อ ครั้งนี้ 2ชั่งโมงครึ่งจ้ะ” ดาบแต่ละเล่มจะมีเวลาในการตีแตกต่างกันไปตามชนิด บางเล่มเป็นดาบขนาดมาตรฐาน แต่กลับมีเวลาในการตีเท่ากับดาบใหญ่เสียซะอย่างนั้น ในครั้งนั้นข้าตอบเขาไปเช่นนั้น ถ้าข้าจำไม่ผิด ในตอนนั้นดาบที่ข้าได้คือดาบใหญ่ จิโร่ทาจิล่ะมั้ง.

“……….”เขาไม่พูดอะไรตอบพลางเดินจากไป…

 

หลังจากวันนั้น ทุกครั้งที่ข้าขอให้นายช่างตีดาบให้ เขาก็จะถามข้าทุกครั้ง….ข้าเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงถามข้าด้วยคำถามนี้ทุกครั้ง และเหมือนว่าเวลาในการตีดาบแต่ละครั้งที่ข้าบอกไป ไม่ได้ทำให้เขาพอใจเลย…

 

เวลาตีดาบที่ข้าได้ส่วนใหญ่ จะเป็น1ชั่วโมงครึ่ง นานๆทีก็มี2ชั่งโมงครึ่งบ้าง ทีนานที่สุดก็เห็นจะสามชั่งโมงครึ่งตอนที่ข้าได้โคเซ็ตสึ ซามอนจิมาล่ะกระมัง..สำหรับโอคุริคาระ เขาเป็นดาบเล่มเดียวของข้าในตอนนี้ที่ใช้เวลาในการตี3ชั่วโมงที่เป็นเวลาปกติในการตีดาบยาว….ข้าไม่ค่อยมั่นใจว่าเขาอยากได้เวลาในการตีเท่าไหร่กันแน่ที่จะทำให้เขาพอใจ..และข้าไม่เข้าใจว่า เขามีอะไรกับเวลาในการตีดาบนี่นัก…

 

ที่เขาถามข้าวันนี้ก็เป็นครั้งที่5แล้ว ข้าครุ่นคิดเรื่องนี้จนเหนื่อยสมอง ในตอนนี้เป็นยามว่างของข้าพอดี ข้าเลยเตรียมตัวจะไปอาบน้ำให้สบายตัว ข้าเดินผ่านลานว่างหน้าเรือนของฐานทัพ พริบตานั้น ข้าได้พบกับโอคุริคาระอีกครั้ง เขานั่งอยู่ใต้ต้นซากุระกลางลานคนเดียว…ข้าเดินเข้าไปหาเขาที่เหมือนกำลังนั่งคิดอะไรบางอย่างอยู่ เขามองหน้าข้าเล็กน้อยก่อนที่จะหันกลับไปเหมือนเดิมโดยไม่พูดอะไร..ข้าเลยเอ่ยถามเขาเปิดบทสนทนา..

 

“ทำไมเจ้าถึงคอยถึงถามเวลาตีดาบทุกครั้งเลยล่ะ โอคุริคาระ”ข้าถามเขาไปเช่นนั้น แต่ชายหนุ่มไม่คิดจะตอบอะไรข้า…

“ข้าอยากจจะรู้เหตุผลของเจ้า ตอบข้าหน่อยได้มั้ย?”ข้าถามเขาอีกครั้ง ครั้งนี้เขาหันหน้ามองข้าพร้อมกับตอบคำตอบแสนสั้นมาให้ข้า

“..มันไม่ใช่เรื่องของเจ้า”เขาตอบกลับมาเช่นนั้นและเขาก็ลุกเดินหนีไป….ท่าทางข้าจะไปทำให้เขาไม่พอใจซะแล้วล่ะกระมัง..

 

และสุดท้าย ข้าก้ยังไม่รู้เหตุผลของเขาเลยซักกะนิด…แต่หลังจากที่ข้าเห็นเขาใต้ต้นซากุระนั้น ข้าก็มีความรู้สึกบางอย่างขึ้นมา…

 

“เขา…กำลังรอใครบางคนอยู่….”

 

ในใจของข้าบอกแบบนั้น….

“ฮาเซเบะ ข้าอยากขอให้เจ้าช่วยดูแลเรื่องอื่นๆของวันนี้หน่อยน่ะ”ข้าสั่งดาบประจำกายของข้าในตอนนี้ให้ดูแลเรื่องต่างๆของวันนี้ให้แทน วันนี้ข้ารู้สึกเหนื่อยชอบกล ในยามบ่ายนี้ ข้าอยากจะกลับไปพักซักนิด..

“รับทราบขอรับ”เฮชิคิริฮาเซเบะตอบรับคำสั่งข้า และข้าก็เดินกลับห้องไป…

 

ข้านอนลงบนฟูกพลางคิดถึงเรื่องของโอคุริคาระ..เขากำลังรอใครบางคนงั้นรึ…….ใครกันล่ะ? ดาบเล่มไหนกันแน่?

 

ข้านอนอยู่บนฟูกไปได้ซักพัก ข้าก็นึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้..

 

ครั้งนึง เขาเคยบอกกับข้า..

“ถ้าอยากได้ดาบที่มีมิตรสัมพันธ์ดีล่ะก็ ไปหามิทสึทาดะไม่ก็ซาดะมุเนะแทนเถอะ…ข้าแตกต่างกับเจ้าพวกนั้น..”

 

“มิทสึทาดะ..กับซาดะมุเนะงั้นรึ….”ข้าพึมพำ2ชื่อนั้นออกมา ข้าคิดอะไรบางอย่างได้ ข้าเลยรีบแต่งตัวและวิ่งไปหานายช่างที่โรงตีดาบในทันที

 

ข้าขอให้นายช่างเล่าเรื่องของโอคุริคาระและดาบอีกสองเล่มที่เขาเคยพูดถึงให้ฟัง…ทั้งสองเล่มเคยเป็นดาบของดาเตะ มาซามุเนะ..ข้าเลยค่อยข้างมั่นใจแล้วว่าต้องเป็น1ในดาบสองเล่มนี้แหละที่เขารออยู่…..ซึ่งถ้าดาบที่เขารออยู่คือ1ในสองคนนี้ คงจะมิใช่ซาดะมุเนะ เพราะดาบเล่มนั้นเป็นมีดสั้น ข้าเคยตีมีดสั้นที่เวลาเท่ากันอยู่ พอข้าบอกเวลาในการตีมีดสั้นไป เขาดูจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ซะด้วยซ้ำ…ถ้าเช่นนั้น คนที่เขารออยู่ก็คงจะเป็น......ดาบเล่มนั้น.....

 

 

 อา…ตอนนี้ข้าพอจะเข้าใจสิ่งเขาต้องการแล้วล่ะ..

 

 

 

ครั้งนี้ ข้าขอให้นายช่างตีดาบให้อีกเล่มนึงทันที…ครั้งนี้นายช่างยิ้มให้ข้าพร้อมกับตีดาบเล่มใหม่มาให้  เหมือนครั้งนี้นายช่างจะรู้ใจข้า…เวลาในครั้งนี้คือ3ชั่วโมงเช่นเดียวกับโอคุริคาระ  ครั้งนี้ข้าไม่ยอมไปไหน ข้านั่งรอนายช่างตีดาบเล่มนั้นจนเสร็จ  3ชั่วโมงผ่านไป นายช่างปลุกข้าที่นั่งรอจนผลอยหลับขึ้นมา ข้ามองไปที่ดาบเล่มล่าสุดที่ข้าจะได้ครอบครอง ข้ารู้สึกได้..ข้าจึงบอกให้ดาบผู้มาใหม่รอที่อยู่ที่เดิมแล้ววิ่งกลับไปที่ฐานทัพทันที ข้ารีบลากโอคุริคาระกลับมาที่โรงตีดาบในทันที ถึงแม้เขาจะไม่พอใจก็เถอะ แต่ยังไงข้าก็ต้องลากเขามาให้ได้…

 

ข้ารู้สึกได้ ว่าดาบเล่มนี้แหละคือดาบที่เจ้ารออยู่…โอคุริคาระ

 

ข้าวิ่งกลับมาพร้อมกับโอคุริคาระ ข้าเหนื่อยหอบเต็มที่จนนายช่างมองหน้าข้าด้วยความสงสัยแต่นายช่างก็เหมือนจะไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก พร้อมกับบอกให้ดาบเล่มใหม่เอ่ยแนะนำตัวกับข้า

 

“ข้าคือโชคุไดคิริ มิทสึทาดะ ข้าน่ะตัดเชิงเทียนทองสำริดได้เชียวนะ....อื-มม์ ว่าแล้วเชียว ดูไม่เท่เอาซะเลยแฮะ”ชายหนุ่มผู้มาใหม่แนะนำตัวพลางเอานิ้วเกาแก้มไปด้วยเล็กน้อย ชายหนุ่มตาเดียวผมสีดำสั้นตัดกับนัยน์ตาข้างซ้ายสีทอง โอคุริคาระมองเขาไม่ยอมละสายตาด้วยสีหน้าตะลึงที่หาได้ยากยิ่งนัก…

“..มิตสึทาดะ..”โอคุริคาระเอ่ยเรียกชื่อเขาเบาๆเรียกความสนใจชายหนุ่มตาเดียวคนนั้นให้หันไปมอง

“คุริจัง? ไม่ได้เจอกันนาน-“ยังไม่ทันทีเขาจะพุดจบ ชายหนุ่มผิวเข้มก็เข้าไปกอดเขาในทันที

“อะ เอ๋ คุริจังทำอะไรเนี่ย?”มิตสึทาดะตกใจจนทำอะไรไม่ถูก แต่เหมือนโอคุริคาระจะไม่สนใจคำถามนั้นแถมยังกอดแน่นขึ้นอีกตะหาก

ข้ายิ้มออกมาอย่างสบายใจเมื่อมองพวกเขาทั้งสองคน…และหลังจากนี้ เขาคงจะไม่มาถามเข้าแล้วล่ะนะว่า”ตีดาบครั้งนี้ใช้เวลาเท่าไหร่” เพราะเขาได้เจอแล้วนี่นา คนสำคัญของเขาน่ะ..

 

 

พริบตานั้นข้าเห็นหน้าของโอคุริคาระแว้บนึง..

 

 

เขากำลังยิ้มอยู่…….ถึงจะเพียงแว้บเดียว แต่ข้าก็รู้สึกได้ว่าเขายิ้มอยู่…เขากำลังดีใจสินะ…

 

 

คงจะรอมานานสินะ โอคุริคาระ…เจ้าเล่นเฝ้าถามข้าทุกวันๆเช่นนั้น มิทสึทาดะคงสำคัญมากสำหรับเจ้าสินะ

..ผ่านมาร้อยกว่าปีกว่าแล้วสินะที่ไม่ได้พบกัน  ไม่สิ อาจจะนานกว่านั้นเสียอีก…

……คนสำคัญของเจ้า….ยินดีด้วยที่ได้พบกันอีกครั้ง โอคุริคาระ….

 ___________________

 

 

ก็ จบไปเเล้วสำหรับฟิคสั้นเรื่องนี้ค่ะ สั้นจริงๆสินะคะ=w=

 

เเต่งไปเเต่งมานี่ชักเริ่มรู้สึกว่าฟิคเรื่องนี้มันจะกลายเป็นSaniwa X Ookurikara(???)เเทนเเล้วสิ=_=a(ตำเเหน่งมันดูผิดไปนะ....)

เราเป็นสายอวยเเก๊งบ้านดาเตะกับเฮียฮาซาเบะค่ะ=w= เอาจริงๆตอนเราเล่นเราได้ปิกาจูก่อนนะเออ^w^

 

ยังไงก็ ขอให้สนุกกับฟิคน่อ=w=

 

อ่า สวัสดีค่ะ ไมจังเองค่ะ
 
วันนี้กลับมาปัดฝุ่นบล็อกค่ะ
 
อ้อ เเล้วก็ เเต่งบล็อกใหม่ต้วย^^
 
อ่า วันนี้ยังไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ ไว้ว่างก่อน จะหาเรื่องมาเขียนลงบล็อกค่ะ บ๊าบบาย~

[JOJO]4/4:Jonathan Joestar

posted on 04 Apr 2014 23:41 by revolverviii
ยะโฮ สวัสดีค่า ไมฮะจังกลับมาเเล้วค่า^^
 
อ่า งั้นก็เริ่มเอนทรี่กันเลย^^ ก่อนอื่นก็...
 
4เมษายน
สุขสันต์วันเกิด"โจนาธาน โจสตาร์"ค่ะ^^
 
Double Click on image to Enlarge.
(ภาพเน่าเเท้เหลา สาบานได้ตรูวาดโจนาธาน=_=)
(ไหนๆก็เกิดวันเดียวกับวันที่เมะภาคสามออกเเล้วนี่นะ จับใส่หมวโจทาโร่ซะเลย^^)
 
เรื่องที่สอง เราเปลี่ยนธีมบล็อก(อีกเเล้ว)นา^^
 
เดี๋ยวพรุงนี้จะมาสครีมโจโจ้เมะภาคสามนะคะ^^
 
วันนี้ไปนอนก่อนล่ะค่า^^
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

[YU]ณเรนรักปู

posted on 23 Mar 2014 19:20 by revolverviii
CommuYU
 
อ่า เห็นลูกคนอื่นเเล้ว ช่างอนาถฝีมือตัวเองเเต้ๆTT TT
 
UTP010.jpg [550x576px] ฝากรูป
 
ชื่อ : ณเรน บุษกร
ชื่อเล่น : เรน 
ส่วนสูง : 185
น้ำหนัก : 67
สีผม : ดำ
สีตา : ดำ
 เชื้อชาติ : ไทยสัญชาติ : ไทย
ชั้น : ปี 3
คณะ : รัฐศาสตร์
สาขา : การเมืองการปกครอง

นิสัย:เงียบ…..ไม่ค่อยพูด เวลาพูดทีก็พูดห้วนๆ ไม่ค่อยไว้หน้าใคร ยกเว้นกับพวกรุ่นพี่หรืออาจารย์ที่อย่างน้อยก็ยังมีคำลงท้ายอยู่บ้าง  ขี้รำคาญและที่สำคัญคือหน้านิ่งตลอดเวลา(ถ้าไม่ได้เจออะไรที่มันสุดๆจริง) เพราะหน้าที่นิ่งตลอดกับคำพูดห้วนๆนี่แหละ เลยมักโดนเข้าใจผิดว่าเป็นพวกนักเลงหรือไม่ก็พวกนิสัยเย็นชาตลอด ทั้งๆที่จริงๆแล้ว พี่ท่านเป็นคนใจดีมากๆ อ่อนโยน และที่สำคัญคือเป็นพวกชอบสัตว์น่ารัก(โดยเฉพาะปู?) ส่วนนิสัยอื่นๆ โรลแล้วจะได้รู้ค่ะ^^ อ้อเเละอีกข้อที่เน้นเลยก็คือ.....หมอนี่ เพี้ยนเข้าขั้นเลยค่ะTT TT เพี้ยนมากๆ โรลเเล้วจะได้รู้ค่ะOTZ
 
ชอบ:สัตว์น่ารักโดยเฉพาะสัตว์น้ำ(ที่ชอบมากที่สุดคือปู)/เพลงร็อค/หนังสือการ์ตูน/ฟุตบอล
ไม่ชอบ:การรังแกคนที่อ่อนแอกว่า/อาหารทะเล=_=(เพราะชอบสัตว์น้ำ เลยทนไม่ได้ที่สัตว์น้ำแสนรักโดนเอาไปทำอาหารค่ะ)
ประวัติคร่าวๆ:
-พ่อเเม่ไปทำงานต่างประเทศ เลยอยู่กับลุง โดยพ่อแม่จะส่งค่าเลี้ยงดูมาให้ทุกเดือน
-มีน้องชายคนนึง แต่ตายไปแล้ว
-ความสัมพันธ์กับพ่อแม่และลุงไม่ค่อยดี ในครอบครัว เรนจะสนิทกับน้องชายที่สุด
อื่นๆ
-พี่แกไม่สนใจเรื่องรักใคร่ แถมไม่สันทัดเลยด้วย
-ตอนนี้กำลังหา”เพื่อนแท้”ให้ตัวเองอยู่
-กับเรนนั้น คำแนะนำจากผปค.คือ “ห้ามชวนพี่แกไปกินอาหารซีฟู้ดเด็ดขาด” เพราะพี่แกจะโกรธมาซึ่งเวลาพี่ท่านโกรธนี่….ลองมาโรลกับเรนดูเดี๋ยวก็รู้^^
-และอีกข้อที่จะแนะนำคือ”ห้ามไปดึงผมปอยด้านหน้าของเรนเด็ดขาด พี่ท่านหวงมาก=_=”
-ไม่รู้ทำไม เวลาพี่แกวาดรูปออกมา มักจะมีรูปปูติดมาด้วย=_=-
ถึงแม้ว่าหน้าพี่ท่านจะนิ่งตลอดเวลา ใช่ว่าในหัวพี่แกจะเครียดตลอดเวลานะเออ บางครั้ง หน้านิ่งซะ ที่ไหนได้ ในหัวกำลังคิดว่า”อยากขี่ปูไปเรียนจังเลย”ก็มีเหมือนกันนะ^^
-คุยได้ ไม่กัด แต่ไม่ค่อยชอบเสียงเจ้าะแจ้ะสักเท่าไหร่
 
 
ปล.ตอนที่วาดพี่เเก ไมฮะไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ เอาไว้จะหาโอกาสวาดใหม่ให้สวยขึ้นค่ะTT TT
 
ฝากลูกไว้ในอ้อมอกทุกๆท่านด้วยนะคะ^^